Skip to main content

The Secret Raw คือคอลเลกชันสารคดีอาหารที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากชุมชนชนพื้นเมืองหลากหลายแห่งในประเทศไทย สารคดีชุดนี้สำรวจความรู้ในการจัดการอาหารและทรัพยากรธรรมชาติของพวกเขา เผยความลับที่ซ่อนอยู่ในประเพณีอันล้ำค่า .

เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง: ‘หน่าแต๊คะ’ บทพิสูจน์การกอบกู้ความมั่นคงทางอาหารของกลุ่มสตรีลาหู่

‘หน่าแต๊คะ’ แปลว่า ต้นน้ำแม่แตง ย่อมบ้านนึงใน บ้านแกน้อย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นชุมชนชาวลาหู่ที่มีอยู่กว่า 70 ครัวเรือน และเป็นชุมชนเดียวที่ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำแห่งนี้ นานู – กุลสุวารักษ์ ปู่ยี่ ประธานกลุ่มสตรี เล่าว่าวิถีชีวิตของชาวลาหู่นั้นผูกพันกับการทำเกษตรและธรรมชาติ พวกเขามีความเชื่อดั้งเดิมและเคารพศรัทธาในเทพอื่อซา เทพเจ้าสูงสุด โดยในรอบปีจะมีพิธีกรรมใหญ่ 5-6 พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลู
แต่เมื่อเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 และภัยพิบัติทางธรรมชาติ เมื่อมีความจำเป็นต้องกลับมาอยู่ในชุมชน ที่ถึงแม้จะมีเงินก็ไม่สามารถที่จะซื้อพืชพรรณที่ครั้งนึงเคยกินหรือวิถีชีวิตกลับมาได้ อาหารจากภายนอกก็เข้ามาไม่ได้หรือยาก เป็นจุดตอกย้ำที่ทำให้กลุ่มสตรีและชุมชนกลับมาตระหนัก พี่นานูและกลุ่มสตรีจึงกลับมาร่วมมือกัน พวกเธอเริ่มระดมทุนและวางแผนฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น พืชที่ชุมชนรับประทานอยู่แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอันดับแรกเพราะชนเผ่าลาหู่ให้ความสำคัญกับการมีกินเองและพิธีกรรม แล้วจึงเริ่มแจกจ่าย โดยเริ่มต้นจากการสำรวจว่าอะไรหายไป ใกล้จะสูญหายไปบ้าง ค้นหา และแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์กับชุมชนอื่น นำมาปลูกใน ‘แปลงรวม’ แบบไม่ใช้สารเคมี จากความพยายามลองผิดลองถูก ในที่สุดพวกเธอก็สามารถฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์พืชอาหารและพืชพิธีกรรมกลับมาได้กว่า 300 ชนิด
“ โควิดเป็นตัวย้ำว่าเราต้องมีพืชที่เก็บไว้กินได้นาน กินแล้วปลอดภัย การประกอบพิธีเราต้องใช้พืชของเราอยู่แล้ว ถ้าไปซื้อก็ไม่สบายใจ การที่เรากลับมาฟื้นฟูวิถีของเราให้ตรงกับการดำรงชีวิตของเรา เป็นทางออกหรือทางเลือกนึงของความอยู่รอดของพี่น้องลาหู่ ถ้าเกิดภัยพิบัติเป็นปีๆ จะได้รอดไปได้ ”
การฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์ของกลุ่มสตรีหน่าแต๊คะ นอกจากการกอบกู้พืชพรรณที่สูญหาย เช่น ข้าวพันธุ์เบา หรือ งาขี้ม่อน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ก็ยังเป็นการสืบสานรสชาติของบรรพบุรุษ รวมถึงหลักประกันความมั่นคงทางอาหารและชีวิต ที่จะช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด ภัยพิบัติ หรือความผันผวนของโลก
สำหรับชาวลาหู่ เมล็ดพันธุ์คือตัวแทนของความหวังและพลังแห่งชีวิต ดั่งคำสอนที่ให้พกเมล็ดพันธุ์ติดตัวเสมอ เพื่อหว่านลงดินเมื่อพบพื้นที่ที่เหมาะสม และการต่อสู้ของกลุ่มสตรีหน่าแต๊คะ จึงเป็นการยืนหยัดเพื่อรักษาทั้งความมั่นคงทางอาหาร อัตลักษณ์ และศักดิ์ศรีของพวกเธอ ให้หยั่งรากลึกและเติบโตบนผืนป่าแห่งนี้

มรดกแห่งการถนอมอาหาร: ‘ถั่วเน่า’ จากบ้านต่อแพ

บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชุมชนชาวไทใหญ่กว่า 300 ครัวเรือน และเรื่องราวการเดินทางของถั่วเน่าสู่คนเมือง มาจากการถ่ายทอดของ หลิว – วนิจชญา กันทะยวง ที่บัญญติตำแหน่งตัวเองเป็น “แม่” อีกทั้งเป็นผู้ที่เกิดและเติบโตควบคู่มากับถั่วเน่า ตั้งแต่เธอเกิดก็เห็นถั่วเน่าที่อยู่คู่ครัว คู่ทุกครัวเรือนจนสามารถเรียกได้ว่า ถั่วเน่าคือจิตวิญญาณของความป็นไทใหญ่
“ตอนเด็กๆ เราอยากช่วยแม่ทำถั่วเน่าที่ทั้งเปื้อนมือและเปื้อนใจเราเป็นความทรงจำที่ติดใจเรามาตลอด” พี่หลิวกล่าว

จัดการทรัพยากรอย่างไร? เกี่ยวอะไรกับความมั่นคงทางอาหาร?

ถั่วเน่าของบ้านต่อแพเริ่มต้นจากการปลูกเองกินเอง ไม่พึ่งพาสารเคมี เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว เมล็ดถั่วเหลืองจะถูกนำมาคัดสรรอย่างดี แช่น้ำ 1-2 ชั่วโมง ก่อนนำไปต้มอีก 2-3 ชั่วโมงจนเปื่อย และการตักถั่วลงในกระบุงที่รองด้วยใบตองสักหรือใบตองตึง ซึ่งมีคุณสมบัติเก็บความร้อนระอุได้ดี จากนั้นหมักทิ้งไว้จนขึ้นราขาว ก็จะได้ถั่วเน่าแผ่นแล้ว ในสมัยก่อนผู้หญิงในหมู่บ้านที่ว่างเว้นจากงานไร่จะมารวมตัวกันทำถั่วเน่า ถือเป็นพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่สร้างหลักประกันด้านอาหาร เพราะไม่มีอาหารอะไรที่จะอยู่นานได้เท่าถั่วเน่าแผ่นแล้ว
การปรุงรสหรือสิ่งที่จะให้รสชาติในสมัยก่อนไม่ได้มีหลากหลายรสเฉกเช่นปัจจุบัน การทำถั่วเน่านอกจากจะให้โปรตีนที่มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตแล้ว ยังช่วยเสริมรสชาติเฉพาะ สามารถกินเปล่าๆก็ได้ หรือจะนำไปประกอบอาหารก็สามารถให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ได้เฉพาะเช่นกัน การทำถั่วเน่าที่นี่จึงหาซื้อรสชาติ กลิ่น เรื่องราวนี้ไม่ได้จากที่อื่นนอกจากบ้านต่อแพที่มีถั่วเน่าเป็นหัวใจหลักในอาหารไทใหญ่
“การทำอาหารในทุกมื้อมีถั่วเน่าเป็นอาหารหลัก ชาวไทใหญ่ผูกพันทางจิตวิญญาณผ่านการกิน การพูดถึงถั่วเน่า”
พี่หลิวกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

แล้วสำคัญกับคนเมืองยังไง?

การหาซื้อสินค้าแท้ๆ ที่ไม่มีสารปรุงแต่งเพิ่มหรือการรู้ที่มาที่ไปของสิ่งที่บริโภคอยู่จากผู้ผลิตเป็นผู้ถ่ายทอดโดยตรงเอง ไม่ได้หาซื้อง่ายๆ อย่างเดินไปร้านสะดวกซื้อก็พบเจอ เพราะฉะนั้นการที่ได้มางาน Get Rotate มา Get มันไม่ใช่แค่ได้ทานเฉยๆ แต่ได้รักษาภูมิปัญญาของการทำถั่วเน่าดั้งเดิมไว้ให้แก่ชุมชน และก็ยังมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของสิ่งที่บริโภคไปด้วย
พี่หลิวรวมถึงชุมชนบ้านแพก็ยังไม่หยุดสร้างสรรค์ ส่งต่อการเพิ่มตัวเลือกความหลากหลายของอาหารที่ทำมาจากถั่วเน่า เพื่อเชื่อมต่อมรดกทางรสชาตินี้ไปสู่ทุกคน ทุกวัย ไม่ให้โปรตีนแห่งจิตวิญญาณไทใหญ่ต้องเลือนหายไปตามกาลเวลา
Share