ใน ่บทความนี เราจะทบทวนโดยส ้ งเขปถึงแบบจำ ั าลองทางกฎหมายสำาหรับการอนุรักษ์บนฐานสทธิจาก ิประเทศออสเตรเลีย แทนซาเนีย กียานา บราซิล และแคนาดา จากนั้นเราจะให้เค้าโครงการสรุปบทเรียนและเค้าโครงประเด็นทัวไปบางประการของฏิบัติการที ่ ดีสำ ่ าหรับการอนุรักษ์บนฐานสทธิที ิ ประสบ ่ความสำาเร็จ
ข้อกำาหนดเบืองต้นขั้นพื ้ นฐานสำ ้ าหรับการอนุรักษ์บนฐานสทธิคือการยอมรับส ิ ทธิ ในที ิ ดินตามประเพณี ่ของชนเผ่าพืนเมืองและผู้คนอื ้ น ๆ ที ่ มีความเชื ่ อมโยงอย่างยิ่งกับที ่ ดินและชุมชนของพวกเขา เมื ่ อ่เงือนไขนี ่ บรรลุ แนวทางกว้าง ๆ สองแนวทางสำ ้ าหรับการดำาเนินการอนุรักษ์บนฐานสทธิคือ (1) การ ิจัดการร่วม และ (2) การจัดการโดยชุมชนทีควบคุมผ่านฎหมายแห่งชาติและกฎจารีตประเพณ
ประเด็นสำาคัญ:
- แนวทางกว้าง ๆ สองแนวทางในการอนุรักษ์บนฐานสิทธิ เมื่อสิทธิ ในที่ดินและทรัพยากรได้รับการยอมรับ คือ (1) การจัดการร่วม และ (2) การจัดการที่ควบคุมโดยชุมชน
- ในทั้งสองแนวทาง กฎและระเบียบข้อบังคับจำาเป็ นต้องกำาหนดด้วยตนเองและดำาเนินการอยู่บนฐานของหลักการการให้ความยินยอมโดยอิสระ ล่วงหน้า และได้บอกแจ้ง
- กฎหรือระเบียบข้อบังคับการจัดการควรมีข้อจำากัดน้อยที่สุดเท่าที่จำาเป็ นเพื่อให้แน่ ใจว่าการจัดการบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้กลงกันไว
- ในแนวทางการจัดการร่วม จำาเป็ นต้องให้ความสนใจเป็ นพิเศษในการกล่าวถึงอำานาจที่ไม่สมดุล รวมถึงการทำาให้แน่ ใจว่ามชนมีเงินทุนอิสระเพื่อเป็ นทรัพยากรแก่การมีส่วนร่วมของพวกเขาและทำาสัญญาการสนับสนุนทางเทคนิคของพวกตน ฯลฯ
- กรอบกฎหมายควรเป็ นพหุนิยมที่รองรับกฎจารีตประเพณี ควรมีขอบเขตขั้นสูงสุดสำาหรับชุมชนในการกำาหนดกฎเกณฑ์และขั้นอน ของตนเอง
- กฎการจัดการควรกล่าวถึงประเด็นต่าง ๆ ของการเลือกปฏิบัติส่วน บุคคลที่เกิดขึนด้วย อาทิเช่น การ ้เลือกปฏิบัติต่อสตร
* การอ้างในหัวข้อมาจากคำาแถลงโดยสมาชิกของชุมชนโอเกียกแห่งภูเขาเอ็ลกอน และแทนที่จะระบุแหล่งที่มาเป็นรายบุคคลควรตีความอย่างเหมาะสมว่าเป็นการแสดงออกถึงฉันทามติทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้นโดยชนเผ่าพื้นเมืองแห่งภูเขาเอ็ลกอน


